12หาง: ทะลวงทริกกิ้งก่าสายสังหาร (Slayer) Part 1: 4 สกิลหากินกับเทคนิคการใช้ระดับ World Class

4 สิงหาคม 2554, 14:11 น. Pageview: 25653 Comment: 1

 

ทะลวงทริกกิ้งก่าสายสังหาร (Slayer)

Part 1: 4 สกิลหากินกับเทคนิคการใช้ระดับ World Class
Part 2: เจาะลึกกลุ่มสกิลพิฆาต แรงจริงหรือแค่เสียงร่ำลือ!?
Part 3: ยอดสกิลอัลติสังหารเป้าหมายในพริบตา
Part 4: อนาคตอันสดใสของท่านก่า

 

Holy Light แกะโหด ศีลขาด!!
สั่งลำแสงศักสิทธิ์พิพากษาเหล่าหางชั่ว











           างด้าน PVP กิ้งก่าสาย Slayer ได้รับความนิยมน้อยกว่ากิ้งก่าสาย Trickster เนื่องจากด้วยลีลาของสกิลที่เป็นรอง ไม่ว่าจะยิงให้ติดพิษ แล้วหายตัวไปอย่างไร้ล่องลอย แล้วให้พิษเป็นตัวเดิน Damage ไป หรือสกิลกระโดดยิง เพื่อทั้งหลบการโจมตีและให้หลุดจากล็อคเป้าของศัตรู หรือสกิลขังเป้าหมาย ที่สามารถคอมโบกับสกิลอัลติ โดยกระหน่ำห่าฝนลูกดอกเล่นงานเป้าหมายทั้งหมายที่ติด Trap หยุดขาได้ ต่างกับสาย Slayer ที่เน้นโจมตีเป็นหลัก หลบไม่พลิ้ว ดีแต่บ้าพลัง แต่เมื่อเวลาสู้จริงนอนก่อนทุกที จึงกลายเป็นว่ากิ่งก่า Slayer ห่วยตกงานไปเลย!?

           ประเด็นคือกิ้งก่าสาย Slayer ห่วยจริงงั้นหรือ!? หรือเพียงแต่ว่ายังไม่ถูกขุดคุ้ยเทคนิคการเล่นขนานแท้ออกมา งานนี้ Dargy ขอเปิดประเด็นมาดูกันชัดๆ ว่าแต่ละสกิลใช้งานอย่างไร Stat อะไรที่สนับสนุนสกิลกิ้งก่าสายนี้ ถึงเวลาของกิ้งก่าสาย Slayer ที่จะแจ้งเกิดในฐานะ Damage Dealer อันดับต้นๆ ของเหล่า 12 หาง!!

           *** รูปประกอบบทความ เป็นรูปแบบ Faster เป็นรูปที่มีความสวยน้อยที่สุด ซึ่งอาจทำให้เพื่อนๆ ขัดตาไปบ้าง ก็ต้องขอภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย แต่คนทำงานง่ายนะ เออ... = ="


สกิล FatalStrike
           Cooldown: น้อยกว่า 20 วินาที          
           เป็นสกิลแรกสุดของกิ้งก่าสาย Slayer เมื่อกดใช้จะทำให้การยิงธนูโจมตีธรรมดา 5 ครั้งแรงขึ้น โดยความแรงขึ้นอยู่กับเลเวลสกิล ลำดับความแรงตามเลเวลสกิล 1 / 2 / 3 /4 คือ 6 / 12 / 18 / 24 DMG (แรงขึ้นต่อ Hit)



           1. เป็นสกิลหากินของกิ้งก่าสายนี้ แต่จะไร้ประโยชน์มากหากยิงไม่โดน ดังนั้นเมื่อใช้สกิลนี้แล้ว ควรยิงเมื่อมั่นใจว่าโดนจริงๆ
           2. สกิลนี้สามารถยิงติด Critical ได้ ยิ่งเพิ่มความแรงเข้าไปอีก
           3. Cooldown ไม่นานเท่าไหร่ สามารถกดใช้ได้บ่อยๆ แต่ถ้ากดใช้ไปแล้ว ยังยิงไม่หมด 5 ครั้งเมื่อ Cooldown หมดลง สกิลจะถูกยกเลิกทันที ต้องกดใช้สกิลใหม่อีกครั้ง
           4. ข้อดีสุดๆ ของสกิลนี้คือเป็นคอมโบกับบางสกิลอีกด้วย!! แต่จะสกิลอะไรนั้น ต้องอ่านต่อครับพี่น้อง...
           5. ไม่มีค่า Stat ใดที่มีผลเพิ่มความสามารถของสกิล FatalStrikeโดยตรง เพราะสกิลถูกกำหนดความแรงและจำนวนครั้งที่โจมตีมาอยู่แล้ว



ยิงโจมตีธรรมดาแรง 42



ใช้สกิล FatalStrike แล้วยิงแรง  67



ใช้สกิล FatalStrikeแล้วยิงติด Critical แรง 106!!

 
สกิล CriticalPlus

           เป็นสกิลติดตัว เพิ่มโอกาสยิงติด Critical เป็นสกิลที่ควรมีติดตัวเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากกิ่งก่าสายนี้อัพค่า ATK เป็นทุนเดิมของสายบ้าพลังอยู่แล้ว ยิ่งยิงติด Critical ศัตรูยิ่งเจ็บถึงกระดูก ลำดับโอกาสยิงติด Critical ตามเลเวลสกิล 1 / 2 / 3 /4 คือ 8% /12% /16% /20%
           Critical เกมนี้จะแรงขึ้น 180%จากการยิงธนูโจมตีธรรมดา (ไม่ได้ทะลุ DEF) ดังนั้นถ้ายิงธนูโจมตีธรรมดาไม่แรง Critical ก็เบาตามไปด้วย และการยิงธนูโจมตีธรรมดาจะแรงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับค่า ATK เป็นหลักและไม่มีค่า Stat ใดที่มีผลเพิ่มความสามารถของสกิล CriticalPlusโดยตรง แต่การอัพค่า LCK จะเพิ่มโอกาสโจมตีติด Critical ซึ่งเป็นการสนับสนุนสกิลทางอ้อม
 


 
สกิล LeftStride / RightStride

           Cooldown: น้อยกว่า 40 วินาที
           เป็นสกิลโจมตีวิ่งไปด้วยยิงไปด้วย โดยมีวิ่งไปทั้งทางซ้ายและขวา เป็นสกิลหากินขั้นเทพ เพราะนอกจากจะโจมตีแล้ว ยังเคลื่อนที่หลบการโจมตีไปในตัว อัพเต็มเลเวล 4 สถานเดียว
           เลเวล 1 - LeftStride1 วิ่งไปทางซ้าย ยิงธนูโจมตี 3 ดอก
           เลเวล 2 - RightStride1 วิ่งไปทางขวา ยิงธนูโจมตี 3 ดอก (2 KO x 3)
           เลเวล 3 - LeftStride2 วิ่งไปทางซ้าย ยิงธนูโจมตี 5 ดอก
           เลเวล 4 - RightStride2 วิ่งไปทางขวา ยิงธนูโจมตี 5 ดอก (2 KO x 5)
 


          
           1. สกิล LeftStride ใช้เป็นคอมโบกับสกิล FatalStrike ได้ คือเมื่อกดใช้สกิล FatalStrike แล้วจะทำให้การยิงธนูโจมตีธรรมดา 5 ดอกแรงขึ้น และถ้ากดใช้สกิล LeftStride 2 กิ้งก่าจะวิ่งไปทางซ้าย พร้อมยิงธนู 5 ดอกที่มีผลของสกิล FatalStrike โคตรแรง!! แถมยังติด Critical ได้อีกด้วย โคตรแรงกำลังสอง!! แต่สกิลนี้มีโอกาสยิงพลาดเป้า จึงเหมาะใช้ในสถานการณ์ที่มั่นใจว่ายิงโดนเป้าหมายชัวร์ๆ หรือโดนง่ายๆ เช่น เป้าหมายตัวใหญ่เคลื่อนไวช้า โดนล็อกขาอยู่ เป้าหมายล้มอยู่ หรือใช้สกิลยิงในระยะเผาขน ก็โดนง่ายเหมือนกัน
           2. สกิล RightStride คล้ายกับสกิล LeftStride แต่จะวิ่งวนไปทางขวาแล้วยิง ไม่เป็นคอมโบกับสกิลอะไรเลย แถมไม่ติด Critical ด้วย แต่ข้อดีสุดๆ ของมันคือยิงโดน 100% ทั้ง 5 ดอก!! จึงเหมาะใช้กับเป้าหมายตัวบาง เคลื่อนที่เร็ว ยิงโดนยาก สร้างความเสียหายชัวร์ๆ 5 ที
           3. สกิล RightStride ทำค่า KO 2 ต่อการโจมตี 1 Hit และสกิล RightStride 2 โจมตี 5 Hit แบบโดนชัวร์ๆ 100% นั่นหมายความว่าสกิล RightStride 2 สร้างค่า KO 10!! ให้กับเป้าหมาย โดยทดสอบกับ Lion Bug (Blue) เลเวล 36 ที่มีค่า KO 10
 


Lion Bug เหยื่อในการทดสอบค่า KO


           - ถามรู้ได้ยังไงว่า Lion Bug (Blue) มีค่า KO 10 รู้ได้จากการใช้ธนูยิงธรรมดาโจมตี 10 ครั้ง ซึ่งการยิงธนูธรรมดาโจมตี 1 ครั้ง จะสร้างค่า KO 1 และเมื่อยิงไป 10 ครั้ง Lion Bug (Blue) จะล้มพอดี จึงเป็นการยืนยันว่า Lion Bug (Blue) มีค่า KO 10
           - ทดสอบสกิล RightStride 2 โดยใช้โจมตี Lion Bug (Blue) เมื่อสกิลโจมตีครบ 5 ครั้ง Lion Bug (Blue) จะล้มลงทันที ซึ่งเป็นการยืนยันว่าสกิล RightStride 2 สร้างค่า KO 10 ให้กับเป้าหมายจริง 


           4. สกิล LeftStride และ RightStride มี Cooldown นานพอสมควร ต้องหาโอกาสใช้ให้คุ้มค่า
               5. สกิล LeftStrideและ RightStride ใช้ Cooldown แยกจากกัน
           6. ไม่มีค่า Stat ใดที่มีผลเพิ่มความสามารถของสกิล LeftStride / RightStrideโดยตรง เพราะสกิลถูกกำหนดความสามารถและจำนวนครั้งที่โจมตีมาอยู่แล้ว
 

  
วิ่งไปยิงไป โคตรเมพ!!

 

สกิล CampFire สกิล BloodBurn
           Cooldown ของสกิล CampFire: น้อยกว่า 30 วินาที
           Cooldown ของสกิล Blood Burn: น้อยกว่า 12 วินาที
           ทั้ง 2 สกิลนี้ เป็นสกิลกดใช้ โดยสกิล CampFire จะก่อไฟขึ้นมาเพื่อฟื้น HP และ MP กับเพื่อนร่วมทีมที่นั่งหรือนอนอยู่รอบๆ กองไฟ ส่วนสกิล BloodBurn เมื่อกดใช้จะเสีย HP ส่วนหนึ่งเพื่อแลกกับค่า MP และ SP
 

           เลเวล 1 - CampFire1 ก่อกองไฟเพื่อฟื้นค่า HP และ MP 3% ทุกๆ 4 วินาที เป็นเวลา 30 วินาที
           เลเวล 2 - BloodBurn1 ลด HP ของกิ้งก่าลง 15 เพื่อฟื้นค่า MP และ SP อย่างละ 15
           เลเวล 3 - CampFire2 ก่อกองไฟเพื่อฟื้นค่า HP และ MP 5% ทุกๆ 4 วินาที เป็นเวลา 30 วินาที
           เลเวล 4 - BloodBurn2 ลด HP ของกิ้งก่าลง 30 เพื่อฟื้นค่า MP และ SP อย่างละ 30
 


 

 
           1. สกิล CampFire ต้องการ Flint Kit 1 อันในการใช้สกิล Flint Kit ทำได้จากจระเข้ Blacksmith โดยใช้ Nest Bark 1 อัน และ Pebble 2 อันสร้างขึ้นมา
           - Nest Barkหาได้จาก 1/4, 2/4, 3/2
           - Pebbleหาได้จาก 1/5, 2/5, 3/2
 

 
ไปทำ Flint Kit ได้ที่จระเข้ Blacksmith
 

           2. สกิล CampFire ทำให้ทั้งค่า HP และ MP เด้งทั้งคู่ ซึ่งคำอธิบายสกิลในเกมบอกว่าเพิ่มค่า HP เท่านั้น
           3. หากกิ้งก่าหรือเพื่อนร่วมทีมไม่นั่งหรือนอนอยู่ในระยะ จะไม่รับผลการเด้งของ HP และ MP
           4. สามารถก่องไฟได้มากกว่า 1 กอง แต่ก็ต้องรอให้ Cooldown ของสกิล CampFire หมดเสียก่อน จึงจะก่อกองไฟใหม่ได้ และไม่สามารถก่อกองไฟใกล้กันได้ เพื่อป้องกันการได้รับผลของ HP และ MP เด้งซ้ำซ้อนกัน
 

 
ก่อกองไฟได้ 2 กอง ดูกันชัดๆ

 

           5. จากคำอธิบายสกิลในเกมบอกว่ากองไฟมีผลนาน 30 วินาที แต่จากการทดสอบด้วยกิ้งก่าเลเวล 55 มีค่า CHA 40+14 (ไม่ได้อัพค่า CHA เพิ่มขึ้นเลย) กองไฟมีผลนานถึงนานถึง 1 นาที 9 วินาที และลองอัพค่า CHA เป็น 101+14 กองไฟมีผลนานถึง 1 นาที 35 วินาที ดังนั้นแสดงว่า CHA มีผลต่อระยะเวลาของกองไฟส่วน Cooldown ของสกิล CampFire แทบจะไม่สำคัญเลย เพราะว่าระยะเวลาที่กองไฟทำงาน มันนานกว่าเวลาของ Cooldown อีก
           6.  สกิล CampFire 2 ทดสอบแล้วว่าให้ผล HP และ MP เด้งทุกๆ 4 วินาทีจริง
           7. สกิล CampFire 2 ทดสอบแล้วว่าให้ผล HP และ MP เด้ง 5% จริง โดยตอนแรกทดสอบที่ตัวละครมี Max HP 510 และ Max MP 153 ผลออกมาว่า HP เด้งทีละ 26 ส่วน MP เด้งทีละ 8 ซึ่งคิดเป็น 5% ของ Max HP และ Max MP จริง ต่อมาทดสอบอัพค่า VIT เพิ่มขึ้นทำให้ Max HP เพิ่มขึ้นเป็น 1,060 ผลออกมาว่า HP เด้งทีละ 53 แสดงว่ายิ่งมีค่า Max HP และ Max MP มากเท่าไหร่ ยิ่งใช้สกิลกองไฟได้มีประสิทธิภาพมากเท่านั้น

 

  
Max HP 510 HP เด้งทีละ 26


Max HP 1,060 HP เด้งทีละ 53
 

           8. สกิล BloodBurn ผลของสกิลชัดเจนตามคำอธิบาย คือสกิล BloodBurn1 ลด HP ของกิ้งก่าลง 15 เพื่อฟื้นค่า MP และ SP อย่างละ 15และสกิล BloodBurn 2 ลด HP ของกิ้งก่าลง 30 เพื่อฟื้นค่า MP และ SP อย่างละ 30
 

  
สกิล BloodBurn 2 เผาเลือดตัวเองเห็นๆ 30
 

           9. สกิล BloodBurn1 มี Cooldown น้อยกว่าสกิล สกิล BloodBurn 2 ประมาณ 2 วินาที เป็นส่วนต่างเพียงเล็กน้อยที่ไม่น่าสนใจ
           10. ไม่มีค่า Stat ใดที่มีผลเพิ่มความสามารถของสกิล BloodBurnโดยตรง เพราะสกิลถูกกำหนดความสามารถมาอยู่แล้ว

 
           CampFire นับว่าเป็นสกิลทีมีรายละเอียดเยอะ แต่ในกาีรใช้งานจริงล่ะ Work ไหม? ก็ต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ การเก็บเลเวลและ PVP ในการเก็บเลเวล ถ้าเป็นแผนที่ใหญ่ๆ ต้องเดินทางยาวๆ ถ้าไม่มีหางที่ Heal ได้ สกิล CampFire จะมีประโยชน์ทันตาเห็น แต่ถ้าเป็นแผนที่เล็กๆ มอนสเตอร์รุมเข้ามาเยอะๆ สกิล CampFire ไร้ประโยชน์เลย เพราะคงไม่มีใครมานั่งรอบกองไฟ ปล่อยให้มอนสเตอร์ทุบเล่นอยู่แน่ ส่วนใน PVP เอ่อ... ก่อกองไฟแล้วนั่งรอบกองไฟรอให้ HP กับ MP เด้ง แล้วศัตรูล่ะไปไหน เขาไม่ยอมหรอก กระหน่ำโจมตีเข้ามาแน่นอน แต่ถ้าเป็นแผนที่ PVP ที่กว้างขวาง มีพื้นที่ให้วิ่งหนีดูเชิงกัน มีที่ให้หลบซุกซ่อน ถ้ามีโอกาสได้ใช้ประโยชน์ได้ใช้กองไฟแน่นอน

 
           BloodBurn เป็นสกิลที่มีรายละเอียดน้อย Cooldown ก็น้อย แต่มีประโยชน์ยิ่งนัก โดยเฉพาะใน PVP กิ้งก่าสาย Slayer จะต้องเผาผลาญค่า MP กับ SP อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสกิลนี้จะตอบโจทย์ค่า MP และ SP ได้ ยิ่งถ้าใช้ตอนเริ่ม PVP เลย จะมีค่า SP พอที่จะใช้คอมโบสุดโหด คือ FatalStrike4 + LeftStride2 + RightStride 2 + Tail Slayer 2 กระหน่ำโจมตีเป้าหมาย ทำให้หางนิ่มๆ อย่างเพนกวินหรือค้างคาว อาจตายทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เรื่องเลยก็ได้ (SP พอใช้คอมโบ 4 สกิลสุดโหดพอดี ทดสอบแล้ว ที่กิ้งก่าเลเวล 55 ไม่อัพค่า TAL เลย กิ้งก่ามี Min SP 24 เมื่อกดใช้สกิล BloodBurn 2 จะมี SP เพิ่มขึ้นเป็น 54 และระหว่างที่ใช้สกิลLeftStride2 และ RightStride 2 โจมตี จะได้ SP เพิ่มอีก 10 รวมเป็นมีค่า SP ทั้งสิ้น 64 ซึ่งคอมโบโหดทั้ง 4 สกิลต้องใช้ SP รวม 66 ซึ่งจะขาด SP อีก 2 แต่ SP อีก 2 นี้จะเด้งทัน ทำให้สามารถใช้สกิลที่ 4 ปิดคอมโบได้พอดี)
 

           ที่นี้มาเข้าประเด็นว่า สมควรอัพสกิล CampFire กับ BloodBurn หรือเปล่า สำหรับสกิล CampFire นั้น ขอพูดตรงๆ ว่าไม่น่าสนใจเท่าไหร่นัก อัพสกิลเพื่อเก็บเลเวลจะได้ไม่ต้องพึ่งหางที่ Heal ได้หรือ ไร้สาระ!! อยาก Heal ได้ทำไมไม่เล่นแกะล่ะ ส่วนใน PVP ก็ต้องมานั่งหาโอกาสใช้อีก แล้วจะมีโอกาสหรือ...? สกิล CampFire เริ่มดูว่าจะไม่คุ้มค่าที่อัพ แต่เนื่องจากสกิล CampFire 2 มันเป็นเงื่อนไขของสกิล BloodBurn 2 ซึ่งความน่าสนใจมันอยู่ที่สกิล BloodBurn 2 นี่แหละ เพราะในขณะที่เริ่ม PVP หลายๆ หางกำลังตั้งตัวร่ายสกิลเรียกทีเด็ดของตัวเองออกมา แต่กิ้งก่าสาย Slayer สามารถใช้สกิล BloodBurn 2 เพิ่มค่า SP พร้อมที่จะกระแทกคอมโบ 4 สกิลสุดโหดจากระยะไกลได้เต็มเหนี่ยว ขอบอกว่าต่อให้เป็นปลาวาฬหรือกระทิง ยังไง 4 คอมโบนี้ก็จุก นับประสาอะไรกับพวกหางนิ่มๆ เทคนิคนี้เขาเรียกกว่าชิงสุกก่อนห่าม!! 5 5 5+ และสรุปได้ว่ายังไงสกิล BloodBurn 2 ก็ควรอัพ นั่นหมายความว่าก็ต้องอัพสกิCampFire2 ด้วยเพราะเป็นทางผ่านสกิล

 
 

Comment Box

ร่วมแสดงความคิดเห็น

 

 
 
ความเห็นที่ 1 ,22 กรกฎาคม 2554, 20:28 น.
รออัพเดทกันต่อน่ะครับ แต่ทว่าตัวเทสต์ได้หรือยังน่ะ ติดเสาร์อาทิตย์ด้วยซิ TT
 
Page | 1
 

Game Detail

12 Tails Online